หันมารักสุขภาพตัวเองด้วยการออกกำลังกาย

วิทยาศาสตร์การแพทย์พิสูจน์มานานแล้วว่า การวิ่งออกกำลัง ช่วยให้อายุยืน สุขภาพแข็ง รูปร่างกระชับ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ น้ำหนักลด ฯลฯ เมื่อการวิ่งให้ประโยชน์มากขนาดนี้ ในปัจจุบันจึงมีคนหนุ่มสาว และกระทั่งผู้สูงอายุเริ่มให้ความสนใจการวิ่งเพื่อสุขภาพมากขึ้น แล้วเชื่อว่านี่น่าจะเป็นเทรนด์ที่มามากขึ้นเรื่อยๆ

แต่จะวิ่งอย่างไรให้เหมาะสม ซึ่งที่จริงแล้ว การวิ่งมีหลายประเภทครับ ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายคืออะไรด้วย

ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการลดน้ำหนัก สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือเป็นคนอ้วน การวิ่งระยะแรกๆยังไม่จำเป็นต้องวิ่งเน้นความเร็วนักก็ได้ แต่ให้วิ่งจ๊อกกิ้งเหยาะๆต่อเนื่องอย่างน้อย 20-30 นาที หรือจะใช้การเดินเร็วแบบคาร์ดิโอบนลู่วิ่งก็ได้ ทำแบบนี้ติดต่อกันอย่างน้อย 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ภายใน 1-2 เดือน รับรองว่าเห็นผลครับ แต่ทั้งนี้ก็ต้องคุมอาหารการกินด้วยนะครับ

สำหรับบางท่านที่ไม่ได้มีปัญหาน้ำหนักตัวมาก แต่อยากวิ่งเพื่อสุขภาพ ก็ต้องดูสภาพร่างกายตัวเองด้วยว่า ถ้าวิ่งติดต่อกันมากเกินไปจะทำให้มีปัญหาไหม เป็นโรคหัวใจ หอบหืดรึเปล่า กรณีนี้ การวิ่งไม่ควรหักโหมเกินไปครับ การเดินเร็วแล้วค่อยๆวิ่งจ๊อกกิ่งติดต่อกันก็เป็นวิธีหนึ่งที่พวกเทรนเนอร์มืออาชีพมักจะแนะนำกัน

ข้อแนะนำสำคัญมากๆคือ ถ้าจะเริ่มวิ่งเพื่อสุขภาพ แนะนำให้ทำติดต่อกันเป็นประจำครับ อย่างน้อยขั้นต่ำก็ควรจะ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ละครั้งใช้เวลาอย่างน้อย 20-30 นาที ติดต่อกัน เพราะถ้าหากเว้นช่วงไปสัก 1-2 สัปดาห์ แล้วกลับมาทำใหม่ เมื่อความต่อเนื่องหายไป มันก็อาจจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ครับ ต้องเข้าใจว่าร่างกายเราก็เหมือนคอมพิวเตอร์ที่จะเก็บบันทึกนิสัยบางอย่างไว้ ซึ่งจะส่งผลต่อระบบเผาผลาญของร่างกายให้เป็นไปตามนั้นด้วย สังเกตว่าทำไมพวกนักกีฬาอาชีพที่ต้องวิ่งบ่อยๆ ถึงต้องคอยฟิตร่างกายอยู่ตลอด ก็เพื่อไม่ให้ร่างกายลืมนิสัยในการเผาผลาญนั่นเองครับ

เอาละ ทีนี้เรามาดูการวิ่งที่เหมาะสมกัน เพื่อการกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ร่างกาย บ่อยๆ ถี่ๆ แต่ไม่หักโหมเกินไป ในช่วงแรกของการเริ่มวิ่ง ให้เริ่มการเดินก่อน เพื่อเป็นการวอร์มอัพไปในตัว ให้ร่างกายเราได้รู้ตัวหน่อยว่า เอ้อ เดี๋ยวเรากำลังจะวิ่งแล้วนะ จะใช้พลังงานมากแล้วนะ หลายคนที่เริ่มวิ่งแล้วก็ใส่หนักเลย กลายเป็นว่าเริ่มไม่ทันไรก็เลิก เพราะเข้าใจไปว่าต้องหักโหมจนเหนื่อยทุกครั้ง แล้วธรรมชาติของคนที่ไม่ค่อยได้วิ่งประจำ พอวิ่งจนเหนื่อยมากๆแค่ 2-3 ครั้ง ก็อาจจะเลิกได้แล้ว เพราะเราต้องทำงาน ต้องใช้ชีวิต พอเหนื่อยจากการทำงานมาแล้วต้องวิ่งอีก มันก็อาจจะท้อได้ ดังนั้นแทนที่จะหักโหมแบบนั้น เริ่มจากค่อยๆไปดีที่สุดครับ

ทีนี้เมื่อร่างกายเริ่มจดจำการเผาผลาญในส่วนที่นอกเหนือจากกิจวัตรประจำวันนี้แล้ว เมื่อได้พักผ่อนเพียงพอ ร่างกายก็จะเริ่มซอมแซมฟื้นฟูความเหน็ดเหนื่อย แล้วทีนี้เมื่อเราทำอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ก็จะกลายเป็นนิสัยไปเองครับ

ดังนั้นการวิ่งออกกำลังจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ เพียงแต่การเริ่มต้นในชั้นแรกอาจจะทำให้หลายคนรู้สึกว่ายากลำบากไปบ้าง จึงแนะนำให้เรามาค่อยๆเริ่ม แต่บ่อยๆกันครับ ทุกท่านทำได้แน่