ต้อนรับปีใหม่ด้วยการสวดมนต์ข้ามปีเพื่อสิริมงคลที่ดี

เป็นเวลานานมาแล้วในประเทศไทย ที่เราจะพบเห็นเป็นประจำว่าในช่วงคืนวันสิ้นปีของทุกครั้ง ที่จะมีผู้คนพากันไปเข้าวัดเพื่อร่วมกันสวดมนต์ข้ามปี ยิ่งถ้าเป็นวัดชื่อดังก็ยิ่งมีคนไปมากเป็นหลายร้อยจนถึงหลักพัน ล้นออกมานอกอุโบสถ แม้ว่าในปัจจุบัน คนหนุ่มสาวจะเริ่มห่างเหินจากวัดไปบ้าง แต่ถ้าเราได้ลองไปเข้าวัดชื่อดังหลายแห่งในวันสิ้นปี ก็จะพบว่า มีคนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยเลยครับที่มาร่วมกันสวดมนต์ข้ามปีด้วย รวมถึง คนวัยกลางคน ผู้เฒ่าผู้แก่ เด็กเล็ก ที่จะมาร่วมสวดมนต์ไปด้วยกัน แล้วในวัดหลายแห่งทุกวันนี้ก็มีระบบบริหารจัดการที่ดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับญาติโยมที่มาร่วมสวดมนต์ข้ามปีกันอย่างดีด้วย จุดที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ ในระยะหลังๆเราจะพบว่า พระที่ได้นำสวดมนต์ตามลำดับเสร็จแล้ว มักจะตามด้วยการเทศน์ โดยนำเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าที่มีในบทสวดหรือในพระไตรปิฎกมาเทศน์เป็นภาษาไทย เป็นแบบที่คนทั่วไปฟังแล้วรู้เรื่องมากขึ้น เข้าใจง่ายมากขึ้น ไม่ใช่เทศน์เป็นภาษาบาลีสันสกฤตเหมือนในบทสวดมนต์ปกติ แล้วหลายเรื่องที่พระเทศน์นั้น สามารถนำมาใช้เตือนสติพวกเราทุกคนในชีวิตประจำวันได้ อย่างน้อยที่สุด ก็ช่วยให้คนที่ไม่ค่อยได้เข้าหาธรรมะในเชิงปฏิบัติ ได้รับรู้ว่า แต่ละวัดยังมีการมุ่งเผยแผ่ธรรมะให้ผู้คนได้เริ่มคิดวิเคราะห์ตามแล้วนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สติกับชีวิต และมีความสุขสงบมากขึ้นได้จริงๆ ในหนังสือธรรมะของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ในหนังสืออมตะธรรม ได้กล่าวว่า “การสวดมนต์มีประโยชน์มาก เพราะเป็นการกล่าวถึงคุณงามความดีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าพระองค์ท่านมีคุณวิเศษอย่างไร พระธรรมคำสอนของพระองค์มีคุณอย่างไร และพระสงฆ์อรหันต์อริยะเจ้ามีคุณเช่นไร การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ แล้วใช้สติพิจารณาจนเกิดปัญญาและความรู้ความเข้าใจ ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์ นั่นคือจะทำให้ท่านเป็นผล จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์” สำหรับสถานที่เหมาะสำหรับพุทธศาสนิกชนหรือผู้ใดก็ตามที่สนใจอยากเข้าร่วมการสวดมนต์ข้ามปี นอกจากตามวัดชื่อดังต่างๆซึ่งค่อนข้างมีการจัดเตรียมระบบอำนวยความสะดวกไว้ค่อนข้างดีแล้ว สิ่งหนึ่งที่อุ่นใจได้คือเรื่องของความปลอดภัยสำหรับท่านสุภาพสตรีหรือคนชราที่จะไปสวดมนต์ในยามวิกาลแล้วต้องเดินทางกลับเพียงลำพัง ยังมีอีกที่หนึ่งซึ่งคนในเมืองกรุงเทพฯอาจจะสามารถเข้าไปพบความสงบได้ท่ามกลางเมืองใหญ่ นั่นคือที่ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ) ซึ่งล่าสุดที่ผ่านมานี้ เพิ่งได้มีการจัดงานเทศกาลเจริญสติ สวดมนต์ข้ามปีพ.ศ.2560 ผ่านพ้นไป …

หันมารักสุขภาพตัวเองด้วยการออกกำลังกาย

วิทยาศาสตร์การแพทย์พิสูจน์มานานแล้วว่า การวิ่งออกกำลัง ช่วยให้อายุยืน สุขภาพแข็ง รูปร่างกระชับ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ น้ำหนักลด ฯลฯ เมื่อการวิ่งให้ประโยชน์มากขนาดนี้ ในปัจจุบันจึงมีคนหนุ่มสาว และกระทั่งผู้สูงอายุเริ่มให้ความสนใจการวิ่งเพื่อสุขภาพมากขึ้น แล้วเชื่อว่านี่น่าจะเป็นเทรนด์ที่มามากขึ้นเรื่อยๆ แต่จะวิ่งอย่างไรให้เหมาะสม ซึ่งที่จริงแล้ว การวิ่งมีหลายประเภทครับ ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายคืออะไรด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการลดน้ำหนัก สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือเป็นคนอ้วน การวิ่งระยะแรกๆยังไม่จำเป็นต้องวิ่งเน้นความเร็วนักก็ได้ แต่ให้วิ่งจ๊อกกิ้งเหยาะๆต่อเนื่องอย่างน้อย 20-30 นาที หรือจะใช้การเดินเร็วแบบคาร์ดิโอบนลู่วิ่งก็ได้ ทำแบบนี้ติดต่อกันอย่างน้อย 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ภายใน 1-2 เดือน รับรองว่าเห็นผลครับ แต่ทั้งนี้ก็ต้องคุมอาหารการกินด้วยนะครับ สำหรับบางท่านที่ไม่ได้มีปัญหาน้ำหนักตัวมาก แต่อยากวิ่งเพื่อสุขภาพ ก็ต้องดูสภาพร่างกายตัวเองด้วยว่า ถ้าวิ่งติดต่อกันมากเกินไปจะทำให้มีปัญหาไหม เป็นโรคหัวใจ หอบหืดรึเปล่า กรณีนี้ การวิ่งไม่ควรหักโหมเกินไปครับ การเดินเร็วแล้วค่อยๆวิ่งจ๊อกกิ่งติดต่อกันก็เป็นวิธีหนึ่งที่พวกเทรนเนอร์มืออาชีพมักจะแนะนำกัน ข้อแนะนำสำคัญมากๆคือ ถ้าจะเริ่มวิ่งเพื่อสุขภาพ แนะนำให้ทำติดต่อกันเป็นประจำครับ อย่างน้อยขั้นต่ำก็ควรจะ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ละครั้งใช้เวลาอย่างน้อย 20-30 นาที ติดต่อกัน เพราะถ้าหากเว้นช่วงไปสัก 1-2 สัปดาห์ แล้วกลับมาทำใหม่ เมื่อความต่อเนื่องหายไป มันก็อาจจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ครับ ต้องเข้าใจว่าร่างกายเราก็เหมือนคอมพิวเตอร์ที่จะเก็บบันทึกนิสัยบางอย่างไว้ ซึ่งจะส่งผลต่อระบบเผาผลาญของร่างกายให้เป็นไปตามนั้นด้วย …

ปีนี้ปีชงเดินสายทำบุญตามวัดต่างๆกันดีกว่า

เรื่องการทำบุญแก้ชง เป็นความเชื่อของคนไทยมานานแล้ว แต่อันที่จริงเรื่องการแก้ชงนี่เป็นความเชื่อที่มาจากคนจีนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในไทยมาหลายร้อยปี แล้วก็เป็นความเชื่อที่ถือต่อๆกันมา แล้วก็ไปอยู่ในตำราโหราศาสตร์ทั้งของจีนและไทย ซึ่งก็จะมีหลักการดูที่แตกต่างกันไปอีก ข้อสำคัญคือ หลายคนก็เริ่มสงสัยว่า เอ…แล้วควรจะเชื่อตำราหรือหมอ ซินแสไหนดี ตำราไทยหรือจีน ที่จริงแล้ว เรื่องของปีชง เราจะดูตำราไหนก็ยึดอันนั้นเป็นฐานครับ ถ้าอ้างอิงจากซินแสและหมอดูที่ศึกษาด้านวิชาโหราศาสตร์ที่เป็นวิชาเก่าแก่ของมนุษย์ที่สืบทอดกันมานานเป็นพันๆปี (ไม่ใช่พวกหมอดูหรือซินแสอุปโลกน์นะครับ) เพราะสุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับความสบายใจของคนทำด้วย หลักๆจึงให้ยึดตำราไหนก็เอาอันนั้นเป็นหลักไปเลย โดยสรุปแล้ว เรื่องปีชงนี่จะเกี่ยวข้องกับ ปีนักษัตร ในวิชาของจีนถือว่าเป็นศาสตร์คำนวณที่สืบทอดมานานมาก ถ้าเราเคยเห็นในหนังจีนกำลังภายในหลายเรื่อง จะมีพวกตัวละครซินแสหรือพวกที่เรียนด้านนี้มาชอบจับยามคำนวณ แล้วก็ทายเรื่องต่างๆได้ ซึ่งของจริงก็จะเรียกการคำนวณนี้ว่า โป๊ยยี่สี่เถียว เป็นการการทายทักโดยอาศัยดวงพื้นฐานจากศาสตร์ของตัวเลข สี่แถวของแปดอักษรจีน แล้วจัดเรียงเป็นคู่ๆ ทำนายตามความหมายที่เกิด เพราะอย่างนั้นของจีนเองจึงลึกซึ้งในเรื่องนี้มาก ก็จะไม่แปลกว่าทำไมเวลาพูดถึงทำบุญแก้ชง คนก็จะไปวัดจีนกัน เพราะนั่นเท่ากับยึดถือตำราจีนเป็นหลัก แล้วในปี พ.ศ.2560 ปีระกานี้ มีปีไหนที่ชงบ้าง แนะนำไปทำที่ไหนเพื่อแก้ชงบ้าง ได้แก่ ปีเถาะ ปีระกา ปีชวด ปีมะเมีย ซึ่งถ้ายึดตามตำราแล้ว ผู้ที่เกิดในสี่ปีนี้ต้องไปทำบุญแก้ชงที่วัดจีนละครับ ส่วนวัดที่แนะนำซึ่งคนไปกันมากก็เช่น   วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ (เป็นที่รู้กันสำหรับคนจีน นี่เป็นวัดจีนชื่อดังที่สุดในกรุงเทพและในประเทศไทย) สถานที่คือ 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100 …